Tampilkan postingan dengan label เมนูอาหารอื่นๆ. Tampilkan semua postingan
Tampilkan postingan dengan label เมนูอาหารอื่นๆ. Tampilkan semua postingan

Senin, 28 Desember 2020

"เทคนิค การทำแตงโมแบบชิคๆ หวาน ฉ่ำ ทานเพลิน"


อากาศร้อนๆแบบนี้เรามาทำของอร่อยๆทานเล่นกันแบบเก๋ๆชิคๆกันคะ  ครัว  Food-Trick  เราขอเสนอ  "เทคนิคการทำแตงโมแบบชิคๆหวานฉ่ำทานเพลิน"   ขั้นตอนการทำที่ง่ายแสนง่ายแถมยังเพิ่มอรรถรสในการทานอีก  หรือจะนำไปแช่เย็นก็ฟินสุดๆคะ  ที่สำคัญไม่เลอะเทอะด้วย  ^^



วิธีการทำแตงโม
1.ผ่าครึ่งแตงโมออกเป็น2ส่วน (ตัดหัว-ท้าย)


2.คว่ำแตงโมลงกับเขียงหรือจานจากนั้นใช้มีดผ่าแตงโมออกเป็นแผ่นโดยเว้นระยะห่างประมาณ1-2นิ้ว(หั่นเป็นแบบตาราง)


3.ค่อยๆหมุนจาน90องศาจากนั้นผ่าแตงโมอีกครั้งจะได้แตงโมเป็นแท่งๆขนาดเท่าๆกันพร้อมเสิร์ฟ(หรือจะนำไปแช่ตู้เย็นเพื่อเพิ่มความอร่อยฟินได้อีกคะ)





เพียงเท่านี้ก็จะได้แตงโมที่น่าตาน่ารับประทานแล้วละคะ

Selasa, 30 Juni 2020

" แจกสูตร หมักหมูให้นุ่ม อร่อย น่าทาน "

"แจกสูตร  หมักหมูให้นุ่ม อร่อย น่าทาน"



หมูหรือเนื้อหมูเป็นเนื้อสัตว์ที่เรานิยมเลือกซื้อ เลือกบริโภคมาปรุงรสทำอาหารมากที่สุดวันนี้Food-Trickใจดี "แจกสูตร  หมักหมูให้นุ่ม อร่อย น่าทาน" ไม่ว่าจะทานหมูกระทะ ปิ้ง ย่าง หรือทำกับข้าวในครัว  ไม่ต้องทนกับเนื้อหมูเหนียวไม่นุ่ม  ไม่อร่อยอีกต่อไป....ไปดูกันเลยคะว่ามีเคล็ดลับอะไรโดนๆบ้าง ^^



1.ไข่ไก่หรือไข่ขาว
  เนื่องจากสารในไข่ไก่เข้าไปทำปฏิกิริยาย่อยโปรตีนในเนื้อหมู ส่งผลให้เนื้อหมูนิ่มคะ





2.นมหรือกะทิ
  การหมักเนื้อหมูเข้ากับนมสดหรือกะทิ  จะซึมเข้าไปในเนื้อหมูขณะที่ปรุงรสอาหารหรือทำอาหาร เนื้อหมูก็จะมีความหอม นุ่ม มันหน่อยๆอร่อยมากขึ้นนั่นเอง


3.ผงฟูหรือเบกกิ้งโซดา
  มีฤทธิ์เป็นด่างอ่อนๆนำมาหมักหมูให้นุ่ม แต่ควรใส่ในปริมาณเพียงเล็กน้อย ก็จะทำให้หมูนุ่มขึ้นหากใส่ในปริมาณมากจะมีกลิ่นของสารเคมีออกมาคะ





4.น้ำมันงาซีอิ้วขาวซอสหอยนางรมและซอสปรุงรส
  ใส่เพื่อเพิ่มกลิ่นและรสชาติให้กับเนื้อหมู โดยจะซึมแทรกเข้าไปในเนื้อหมูทำให้รสสัมผัสนุ่มขึ้นคะ





5.โซดาน้ำสับปะรดหรือโค้ก
  วัตถุดิบต่างๆเหล่านี้มีฤทธิ์เป็นกรด  หากนำไปหมักจะทำให้โปรตีนในเนื้อสัตว์เปื่อยยุ่ยและนุ่มขึ้น  และจะไม่แห้งแข็งกระด้างคะ






แล้วการหมักหมูให้นุ่มอร่อยน่าทานจะไม่ใช่ปัญหาของคุณอีกต่อไป  
แถมยังช่วยให้เมนูอาหารของคุณอร่อยมากขึ้น ด้วยเคล็ดลับง่ายๆที่เรานำมาบอกต่อในวันนี้ค่ะ

" สุดยอดเทคนิค การทำให้ปลาหมึก กรอบ เด้ง ไม่เหม็นคาว "

"สุดยอดเทคนิคการทำให้ปลาหมึก
 กรอบเด้งไม่เหม็นคาว"


การนำปลาหมึกมาทำอาหาร  ต้องให้ความสำคัญก็คือการเลือกชนิดของปลาหมึกให้เหมาะกับอาหารที่ต้องการนำมาปรุง วันนี้Food-Trickจึงมาแนะนำ" สุดยอดเทคนิคการทำให้ปลาหมึกกรอบเด้งไม่เหม็นคาว"  ประเภทปิ้งย่างควรใช้ปลาหมึกหอมหรือปลาหมึกกระดอง เพราะเนื้อจะแน่นส่วนปลาหมึกที่นำมาปรุงอาหารประเภทอื่นๆควรใช้ปลาหมึกกล้วยเพราะเนื้อบาง ทำให้เครื่องปรุงซึมเข้าเนื้อได้ง่ายกว่าคะ



1.)ต้องใช้ไฟแรงและใช้เวลาในการปรุงสั้นเพราะเนื้อปลาหมึกปรุงสุกง่าย 
หากใช้เวลาปรุงนานจะทำให้ปลาหมึกเหนียวได้


2.)วิธีล้างปลาหมึกไม่ให้มีกลิ่นคาว ควรบีบมะนาวลงไปในน้ำที่ใช้ล้างจะช่วยดับกลิ่นได้





3.)หั่นเป็นชิ้นตามต้องการ แล้วนำไปลวกในน้ำร้อนที่เดือดจัดแล้วรีบตักขึ้นอย่าให้สุกเกินไป
เพราะจะทำให้ปลาหมึกเหนียวหากลวกแล้วปรุงอาหารไม่หมดก็สามารถเก็บใส่ภาชนะนำเข้าตู้เย็น





4.)ให้นำเนื้อปลาหมึกที่หั่นไว้มาคลุกกับแป้งมันหมักทิ้งไว้สักพักแล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า  
เมื่อนำมาปรุงอาหารจะทำให้เนื้อปลาหมึกกรอบอร่อย






***เคล็ดลับเหล่านี้คงช่วยให้ผู้รักในการทานอาหารทะเล
ปรุงอาหารที่ทำจากปลาหมึกได้กรอบอร่อยมากยิ่งขึ้นนะค่ะ

" แจกสูตรพริกแกง อร่อยเด็ดทุกรส "

"แจกสูตรพริกแกง อร่อยเด็ดทุกรส"



สำหรับคุณพ่อบ้านแม่บ้านที่ชอบทำอาหาร...ไม่ว่าจะทำกับข้าวแต่ละทีก็ต้องออกไปซื้อพริกแกงตามท้องตลาด  ซึ่งบางเจ้าเก็บไว้นานจนรสชาติไม่ถูกปาก  บางเจ้าก็ให้นิดเดียวแถมมีกลิ่นอีกต่างหาก  ถ้างั้นลองมาทำพริกแกงเองกันเองดีไหมกับสูตรของเรา  "แจกสูตรพริกแกงอร่อยเด็ดทุกรส"  อีกทั้งยังได้ความสดใหม่ของพริกแกง และความอร่อยของอาหารอันโปรดปรานของคุณให้ถูกปากถูกใจมากขึ้นด้วย  ตามไปดูกันเลยดีกว่าว่ามีสูตรไหนเด็ดๆบ้าง







1. น้ำพริกแกงเผ็ด
ส่วนผสม
1.หัวหอม 6หัว
2.กระเทียม 20กลีบ
3.ตะไคร้ซอย 3ช้อนโต๊ะ
4.ผิวมะกรูดซอย 1ช้อนโต๊ะ
5.ข่าซอย 2ช้อนโต๊ะ
6.พริกแห้ง 20เม็ด
7.กะปิ 2ช้อนชา
8.เกลือป่น 1ช้อนชา
9.รากผักชีซอย 3ช้อนชา
10.ลูกผักชี 2ช้อนชา
11.ยี่หร่า 1ช้อนชา

วิธีทำ
1.นำพริกแห้งมาผ่าแล้วแกะเม็ดออกทิ้งไปนำส่วนเนื้อพริกแช่ลงในน้ำสะอาดให้นิ่ม
2.นำกระเทียมและหัวหอมซอยหยาบๆพักไว้
3.ตั้งกระทะนำลูกผักชี,ยี่หร่าคั่วจนมีกลิ่นหอม
4.นำพริกขึ้นมาจากน้ำบีบให้แห้งเตรียมครก นำพริกและเกลือป่นใส่ลงในครกโขลกให้ละเอียดแล้วใส่ข่าตะไคร้,ผิวมะกรูด,รากผักชี,ยี่หร่า, ลูกผักชีโขลกต่อให้ละเอียด เมื่อเข้ากันดีเติมหัวหอม,กะปิกระเทียมโขลกให้เข้ากันอีกครั้ง



2. น้ำพริกแกงป่า
ส่วนผสม
1.หัวหอม 6หัว
2.กระเทียม 20กลีบ
3.ตะไคร้ซอย 3ช้อนโต๊ะ
4.ผิวมะกรูดซอย 1ช้อนโต๊ะ
5.ข่าซอย 2ช้อนโต๊ะ
6.พริกแห้ง 20เม็ด
7.กะปิ 1ช้อนชา
8.เกลือป่น 1ช้อนชา
9.ลูกผักชี 2ช้อนชา
10.พริกไทย 10เม็ด

วิธีทำ
1.ขั้นตอนการเตรียมและโขลกเหมือนน้ำพริกแกงเผ็ด




3. น้ำพริกแกงคั่ว
ส่วนผสม
1.หัวหอม 5หัว
2.กระเทียม 15กลีบ
3.ตะไคร้ซอย 2ช้อนโต๊ะ
4.ผิวมะกรูดซอย 1ช้อนชา
5.ข่าซอย 1ช้อนโต๊ะ
6.พริกแห้ง 15เม็ด
7.กะปิ 1ช้อนชา
8.เกลือป่น 1ช้อนชา
9.พริกไทย 10เม็ด

วิธีทำ
1.ขั้นตอนการเตรียมและโขลกเหมือนน้ำพริกแกงเผ็ด



4. น้ำพริกพะแนง
ส่วนผสม
1.หัวหอม 5หัว
2.กระเทียม 10กลีบ
3.ตะไคร้ซอย 2ช้อนโต๊ะ
4.ผิวมะกรูดซอย 1ช้อนชา
5.ข่าซอย 1ช้อนโต๊ะ
6.พริกแห้ง 15เม็ด
7.กะปิ 2ช้อนชา
8.เกลือป่น 1ช้อนชา
9.พริกไทย 10เม็ด
10.ลูกผักชี  2ช้อนชา
11.ยี่หร่า  1ช้อนชา
12.รากผักชีซอย  1ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1.ขั้นตอนการเตรียมและโขลกเหมือนน้ำพริกแกงเผ็ด




5. น้ำพริกแกงกะหรี่
ส่วนผสม
1.หัวหอม 7หัว
2.กระเทียม 16กลีบ
3.ตะไคร้ซอย 3ช้อนโต๊ะ
4.ผิวมะกรูดซอย  2ช้อนชา
5.ข่าซอย 3ช้อนโต๊ะ
6.พริกแห้ง 15เม็ด
7.เกลือป่น 1ช้อนชา
8.ลูกผักชี  2ช้อนชา
9.ยี่หร่า 1ช้อนชา
10.ผงกะหรี่  2ช้อนชา

วิธีทำ
1.ขั้นตอนการเตรียมและโขลกเหมือนน้ำพริกแกงเผ็ด



6. น้ำพริกแกงเขียวหวาน
ส่วนผสม
1.พริกขี้หนูสด 25เม็ด
2.กระเทียมปอกเปลือก 10กลีบ
3.ข่าซอย 1ช้อนโต๊ะ
4.หัวหอมปอกเปลือก 3หัว
5.รากผักชีหั่นฝอย 1ช้อนโต๊ะ
6.ตะไคร้ซอย  3ช้อนโต๊ะ
7.ยี่หร่า 1ช้อนชา
8.ลูกผักชี 2ช้อนชา
9.กะปิ  1ช้อนชา
10.ผิวมะกรูดหั่นฝอย  1ช้อนชา
11.พริกไทย 10เม็ด
12.เกลือป่น 1ช้อนชา

วิธีทำ
1.นำลูกผักชีและยี่หร่ามาคั่วให้หอมพักไว้แล้วนำตะไค,ร้ข่า,ผิวมะกรูด โขลกกับเกลือก่อนแล้วใส่พริกขี้หนูสดโขลกต่อให้ละเอียดเมื่อละเอียดแล้วใส่กระเทียม,หัวหอม,รากผักชี,ลูกผักชี,ยี่หร่า,พริกไทยและกะปิโขลกต่ออีกครั้งจนน้ำพริกแกงละเอียดเข้ากันดี



7. น้ำพริกแกงส้ม
ส่วนผสม
1.พริกแห้ง 12เม็ด
2.หัวหอม7หัว
3.ข่าซอย 3ช้อนโต๊ะ
4.กระเทียม 10กลีบ
5.กะปิ 2ช้อนชา
6.กระชาย 1/4ถ้วยตวง
7.ผิวมะกรูดซอย  1ช้อนโต๊ะ
8.เกลือป่น 1ช้อนชา
9.ตะไคร้ซอย 1ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1.นำพริกแห้งมาผ่าและแกะเอาเม็ดออก ส่วนเนื้อพริกแช่น้ำให้นิ่มระหว่างแช่พริกก็เตรียมปอกหอมกระเทียม กระชายขูดเปลือกออกหั่นชิ้นเล็กๆนำพริกขึ้นจากน้ำบีบน้ำออกให้หมด แล้วทำการโขลกเหมือนน้ำพริกแกงเผ็ดค่ะ



8. น้ำพริกแกงมัสมั่น
ส่วนผสม
1.กระเทียม 12กลีบ
2.พริกแห้ง 15เม็ด
3.ข่าซอย 2ช้อนโต๊ะ
4.หัวหอม 6หัว
5.ดอกจันทร์ป่น 1ช้อนโต๊ะ
6.ตะไคร้ซอย 2ช้อนโต๊ะ
7.อบเชย 3ชิ้น
8.ลูกจันทร์ 1ลูก
9.ลูกผักชี  2ช้อนชา
10.รากผักชีซอย 1ช้อนโต๊ะ
11.ผิวมะกรูดซอย 2ช้อนชา
12.ยี่หร่า 2ช้อนชา
13.กะปิ 2ช้อนชา
14.พริกไทย 15เม็ด
15.เกลือป่น 1ช้อนชา

วิธีทำ
1.นำพริกแห้งมาผ่าและแกะเอาเม็ดออกส่วนเนื้อพริกแช่น้ำให้นิ่มระหว่างแช่พริกก็เตรียมหัวหอมกระเทียมปอกเปลือกออกแล้วซอยหยาบๆนำลูกผักชี,ยี่หร่า,ลูกจันทร์,พริกไทย,ดอกจันทร์,อบเชยคั่วจนมีกลิ่นหอมพักไว้
2.นำพริกขึ้นมาจากน้ำบีบให้แห้งโขลกพริกแห้งกับเกลือป่นตามด้วยข่า,ตะไคร้,ผิวมะกรูด,ลูกผักชีรากผักชีโขลกให้ละเอียด เมื่อละเอียดแล้วใส่กระเทียม,หัวหอม,กะปิโขลกต่อสุดท้ายให้นำลูกจันทร์ดอกจันทร์,อบเชย,พริกไทยที่คั่วไว้ ลงโขลกให้เข้ากันจนละเอียดอีกครั้ง



9. น้ำพริกแกงไตปลา
ส่วนผสม
1.หัวหอมปอกเปลือก 3หัว
2.กระเทียมปอกเปลือก17กลีบ
3.พริกขี้หนูแห้ง 60เม็ด
4.ข่าซอย 2ช้อนโต๊ะ
5.ตะไคร้ซอย 3ช้อนโต๊ะ
6.กะปิ 2ช้อนโต๊ะ
7.ผิวมะกรูดซอย 2ช้อนโต๊ะ
8.เกลือป่น 1/2ช้อนชา
9.ขมิ้นสดซอย(ขูดเปลือกออกก่อน) 2ช้อนชา

วิธีทำ
1.นำพริกขี้หนูแห้ง(ไม่ต้องแกะเม็ดออกและแช่น้ำ)และเกลือป่นใส่ครกโขลกรวมกันให้ละเอียด เมื่อละเอียด นำส่วนผสมทั้งหมดโขลกรวมกันให้ละเอียดอีกครั้ง



10. น้ำพริกแกงเหลือง
ส่วนผสม
1.พริกขี้หนูแห้ง 25เม็ด
2.กะปิ 2ช้อนชา
3.หัวหอมปอกเปลือก7หัว
4.ขมิ้นสดซอย 2ช้อนโต๊ะ
5.กระชาย(กระชายขูดเปลือกออกก่อนแล้วหั่นชิ้นเล็กๆ) 1/4ถ้วยตวง
6.เกลือป่น 1ช้อนชา

วิธีทำ
1.วิธีการโขลกเหมือนน้ำพริกแกงไตปลา

"เทคนิค การเลือกซื้อเนื้อหมู"

"เทคนิคการเลือกซื้อเนื้อหมู"


มาแล้วคะ  มาแล้ววว...วันนี้เรามี"เทคนิคการเลือกซื้อเนื้อหมู" มาฝากเหล่าบรรดาพ่อครัวแม่ครัวทั้งหลาย  ซึ่งการเลือกซื้อต้องเป็นเนื้อสีชมพูอ่อนๆเนื้อไม่แข็งเกินไป  หากเจอเนื้อสีแดงสดใสแสดงว่าเนื้อหมูที่มีสีแดงสดใสอาจใส่สารเร่ง แต่ถ้าสีเนื้อมีสีเขียวคล้ำ ก็หมายความว่าเนื้อนั้นเสีย(หมดอายุ) และถ้าเนื้อสีซีดๆนั้นคือหมูเก่าคะ...เราตามไปดูกันเลยดีกว่า ว่าจะต้องเลือกซื้อหมูแต่ละชนิดอย่างไรบ้าง เพื่อมาทำเมนูอาหารอร่อยๆทานได้อย่างถูกสุขลักษณะคะ








1.เนื้อหมูสันนอก
จะมีติดมันนิดๆเป็นเนื้อที่นุ่มระดับกลางๆเหมาะแก่เมนูที่ทำสเต็กรมควันหรือมาทอดก็อร่อยคะ





2.เนื้อหมูสะโพก
เป็นเนื้อติดมันเล็กน้อยเนื้อจะค่อนข้างแน่นมีความนุ่มปานกลาง และนำหมูสะโพก
มาประกอบอาหารอย่างเช่นต้ม ผัด แกง ทอดสามารถทำลูกชิ้นหมูเด้งได้ด้วยคะ


3.เนื้อหมูสามชั้น
เป็นเนื้อส่วนท้องที่ติดมันและสลับเนื้อกันไปเหมาะแก่การทำเมนูต้มทอดขอแนะนำ
 ถ้านำสามชั้นมาต้มเพื่อทำพะโล้ต้มเนื้อสามชั้นเปื่อยๆกินกับข้าวสวยร้อนๆถือว่าสุดยอดน่าดู





4.เนื้อหมูสันใน
เป็นเนื้อแดงไม่มีติดมันเป็นเนื้อที่นุ่มที่สุดแถมยังเอามาประกอบอาหารได้หลายอย่างมากมาย 
อย่างเช่นปิ้งๆย่างนี้ถือว่าเด็ดที่สุดเพราะเนื้อจะนุ่มละมุนลิ้นเลยทีเดียวคะ





5.เนื้อหมูสับ
เลือกใช้เนื้อได้ทุกประเภทขึ้นอยู่กับความชอบหรือจะนำไปทำอะไร เช่นถ้าอยากให้หมูสับ
เนื้อเหนียวแน่นควรเลือกใช้หมูสะโพกถ้าทำไส้ขนมจีนซาลาเปาเลือกใช้หมูติดมันเป็นต้น







วิธีการเก็บรักษาเนื้อหมูทุกชนิด
- นำเนื้อหมูมาล้างน้ำให้สะอาดแล้วเช็ดให้แห้ง จากนั้นก็เก็บลงในกล่องพลาสติกให้เป็นสัดส่วนแล้วเก็บไว้ในช่องแช่แข็งในตู้เย็น
- เก็บเนื้อหมูไว้ในช่องแช่แข็งหั่นหมูเป็นชิ้นหรือแนวขวางยาว แล้วใส่ถุงพลาสติกเก็บไว้ในช่องแช่แข็ง





ขอบคุณคลิป:tescolotus

Minggu, 28 Juni 2020

"ต้มไข่อย่างไร ให้โดนใจวัยรุ่น"

"ต้มไข่อย่างไรให้โดนใจวัยรุ่น"

สำหรับคุณพ่อบ้านแม่บ้านทั้งหลาย ที่ชื่นชอบในการทำกับข้าวด้วยตนเอง โดยเฉพาะไข้ต้มที่ทำง่ายๆประหยัดเวลาให้ลูกหลานทานแต่จะต้มยังไงก็ไม่ได้ดั่งใจสักที!!  ฟังทางนี้เลยคะ...เราขอแนะนำวิธีการ "ต้มไข่อย่างไรให้โดนใจวัยรุ่น"  ระดับความสุกของไข่นั้นขึ้นอยู่กับเวลาในการต้มไข่ จะเด็กจะผู้ใหญ่ก็ตามบางคนชอบทานแบบเยิ้มๆแบบยางมะตูม บางคนชอบทานแบบสุกและบางคนชอบทานกึ่งสุกเราไปดูกันเลยดีกว่าคะว่าต้องต้มไข่กันกี่นาทีบ้าง

1.)ต้มไข่8นาที:ไข่ขาวสุกเต็มที่และไข่แดงก็เกือบสุกแล้วเช่นกันแต่ยังอ่อนตัวอยู่เล็กน้อย



2.)ต้มไข่6นาที:ไข่ขาวสุกเต็มที่และไข่แดงก็เกือบจะสุกแล้ว 
แต่บริเวณกึ่งกลางยังเหนียวเยิ้มอยู่เพียงเล็กน้อย



3.)ต้มไข่4นาที:ไข่ขาวสุกเริ่มดีแล้วในขณะที่ไข่แดงก็ยังกึ่งสุกกึ่งดิบ
และเหลวอยู่หรือ(ไข่ต้มยางมะตูม)




***เคล็ด(ไม่)ลับ
 หลังจากที่นำไข่ไก่ขึ้นจากน้ำร้อนควรจะนำไปแช่ในน้ำเย็นทันที
 เพื่อหยุดการสุกของไข่ไก่เอาไว้ให้ได้ตามที่ต้องการนะคะ

เคล็ดลับการเลือกซื้อปลาที่สด ใหม่ ให้ถูกใจผู้ที่รักการกิน

"เคล็ดลับการเลือกซื้อปลาสดใหม่ให้ถูกใจผู้ที่รักการกิน"


  ปลา...เต็มไปด้วยโปรตีนที่ดีและมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายไขมันต่ำหลายๆคนชอบนำมาปรุงแต่งรังสรรค์ทำอาหารเมนูต่างๆไม่ว่าจะด้วยวิธีการต้มผัดแกงหรือทอดวันนี้เราจึงมี "เคล็ดลับการเลือกซื้อปลาสดใหม่ให้ถูกใจผู้รักการกิน"มาฝากเพียงแค่สังเกตุใส่ใจพิถีพิถันในการเลือก คุณก็จะได้ปลาสดๆที่มีคุณภาพประกอบเมนูอาหารทานแล้วละคะ...นั่นเราตามไปดูเลยดีกว่าว่ามีเคล็ดลับอย่างไรบ้าง


 ????



วิธีการเลือก

1.)สังเกตุตาของปลาจะใสและยังไม่หลุดออกจากเบ้าตา



2.)สังเกตุเนื้อปลาที่สดเมื่อลองกดหรือจับดูที่ตัวปลาจะไม่บุ๋มลงเนื้อจะแน่นไม่แข็งจนเกินไป



3.)สังเกตุเหงือกของปลาควรมีสีแดงสดจะเป็นมันวาวขึ้นเงากลิ่นไม่คาว


เห็นไหมละคะแค่เราใส่ใจรายละเอียดเล็กๆน้อยๆเท่านี้ก็สามารถทำอาหารที่แสนอร่อยถูกปากถูกใจสำหรับผู้ที่ชอบทานเมนูปลาเป็นอย่างดีเลยทีเดียว.






ขอบคุณคลิป:ThailPBS

วิธี " เลือกกุ้งแบบไหนให้สด เหมือนพึ่งตกมาใหม่ๆ "

เลือกกุ้งแบบไหนให้สดเหมือนพึ่งตกมาใหม่ๆ 


หากเอ่ยถึงอาหารทะเลแล้ว...การคำนึงถึงความสะอาดสดใหม่เป็นสิ่งที่คุณแม่บ้านทั้งหลายใส่ใจพิถีพิถันในการเลือกซื้ออยู่เสมออย่างเช่นวันนี้เรามี"วิธีเลือกกุ้งให้สดเหมือนพึ่งตกมาใหม่ๆ"เพื่อมาทำเมนูอาหารต่างๆและคงจะหนีไม่พ้นเรื่องของความสดกลิ่นคาววันนี้เราจึงมาแนะนำวิธีการเลือกซื้อกุ้งสดที่หลายคนคงจะไม่รู้มาก่อนว่าต้องเลือกยังไงตามไปดูกันเลยดีกว่าคะ





1.)ดูที่สีของกุ้ง:สีของตัวกุ้งเป็นสีใสและออกสีเทาหากเป็นกุ้งขาวแต่ไม่ควรมีจุดสีดำหรือเหลืองซึ่งแปลว่ากุ้งตัวนั้นผ่านการฟอกขาวมา(แต่สำหรับกุ้งลายเสือบางสายพันธุ์อาจจะมีจุดสีดำได้)



 2.)ดูที่เปลือกกุ้ง:เปลือกกุ้งควรมีลักษณะแข็งแน่นและเมื่อหยิบขึ้นมาไม่ควรมีเมือกเหนียวๆติดมือเพราะนั่นคือลักษณะของกุ้งที่ไม่สดนั่นเอง 
 3.)เลือกกุ้งที่มีหัวอยู่:หัวกุ้งติดแน่นอยู่กับตัวกุ้งและอยู่มีความแข็งหรือเละจนเกินไป


 4.)ต้องไม่มีกลิ่นคาว:การดมกลิ่นคือวิธีหนึ่งที่ชัดเจนที่สุดเพราะหากกุ้งมีกลิ่นคาวเราก็สามารถรู้ได้ทันทีว่ากุ้งไม่สด







***เพื่อรักษาความสดของกุ้งไว้ควรให้คนขายหรือพนักงานใส่น้ำแข็งให้ก่อนกลับบ้านและเมื่อถึงบ้านแล้วให้รีบนำกุ้งเข้าช่องFreezeทันทีเพื่อคงความสดให้คงนานกว่าเดิมนะคะ





ขอบคุณคลิป:foodtraveltvchannel

Kamis, 04 Juni 2020

น่องไก่อบสมุนไพรทำได้ไม่ยุ่งยาก

น่องไก่อบสมุนไพรทำได้ไม่ยุ่งยาก


        เมื่อพูดถึงเมนูไก่หลายคนน่าจะนึกถึงไก่ทอดเพราะเป็นวิธีทำง่ายที่สุดถ้าลองเปลี่ยนจากทอดมาเป็นมาอบละ จะดีกว่าไหมเลือกอบด้วยเตาอบหรืออบด้วยไมโครเวฟก็ได้และถ้ามีกระดิ๊บข้าวเหนียวร้อนๆสักกระติ๊บกินคู่กับ"น่องไก่อบสมุนไพร"รับรองอร่อยเกินบรรยาย 



วัตถุดิบการทำน่องไก่อบสมุนไพร
1.น่องไก่5-6ชิ้น
2.พริกหั่นซอย1ช้อนโต๊ะ 
3.ข่าหั่นแว่น1แง่ง
4.ตะไคร้2ต้น
5.ใบมะกรูด4-5ใบ
6.เกลือ1ช้อนชา
7.ซีอิ๊วขาว2ช้อนโต๊ะ
8.น้ำมันหอย2ช้อนโต๊ะ
9.ซอสปรุงรส2ช้อนโต๊ะ
10.นมสดรสจืด2ช้อนโต๊ะ

วิธีการทำไก่อบสมุนไพร
1.นำพริกข่าตะไคร้ใบมะกรูดและเกลือใส่ลงไปในตัวไก่ 
2.ใช้ไม้ปลายแหลมกลัดบริเวณก้นเพื่อไม่ให้ส่วนผสมข้างในหลุดออกมา
3.หมักน่องไก่ด้านนอกด้วยซีอิ๊วขาวซอสหอยนางรมซอสปรุงรสนมสดพริกไทยทิ้งไว้30นาที
4.นำเข้าเตาอบไมโครเวฟที่อุณหภูมิ200°Cนาน25-30นาที(หากไม่มีเตาอบสามารถอบโดยตั้งหม้ออบร้อนได้ค่ะแต่จะใช้เวลาประมาณ30-40นาที)


**เคล็ด(ไม่)ลับ
การหมักไก่ให้อร่อยควรใส่ในปริมาณที่เหมาะสม
ไม่ควรเน้นเครื่องปรุงอย่างใดอย่างหนึ่งมากจนเกินไปเพราะอาจจะทำให้เสียรสชาติได้ค่ะ







ที่มา: th.openrice