Tampilkan postingan dengan label เมนูอาหารไทย. Tampilkan semua postingan
Tampilkan postingan dengan label เมนูอาหารไทย. Tampilkan semua postingan

Rabu, 30 Desember 2020

สูตร " หลนปูเค็ม จัดเต็มความอร่อย "


"หลนปูเค็ม จัดเต็มความอร่อย"


อาหารประเภทเครื่องจิ้ม เป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพเช่นเดียวกับเมนูที่ครัวFood-Trickของเราได้นำมาฝากในวันนี้กับสูตร   "หลนปูเค็ม จัดเต็มความอร่อย"  สำหรับใครที่กำลังอยู่ในช่วงไดเอท บอกได้เลยว่าหายห่วง  ไม่อ้วนแน่นอน รับประทานกับเครื่องเคียงผักสด  เข้ากันสุดๆ พร้อมแล้วสะปัดผ้ากันเปื้อนเข้าครัวกันเลย^^


วัตถุดิบ
1.ปูเค็ม  2-3ตัว
2.เนื้อหมูสับ    50กรัม
3.หัวกะทิข้นๆ1ถ้วย
4.หอมแดงซอย  3ช้อนโต๊ะ
5.ใบมะกรูดฉีก  2     ใบ
6.ตะไคร้ซอย    1     ช้อนโต๊ะ
7.น้ำตาลปี๊บ    2ช้อนโต๊ะ
8.เกลือป่น     1ช้อนชา
9.น้ำมะขามเปียก      2ช้อนโต๊ะ
10.พริกหยวกหั่นเป็นชิ้น  1     เม็ดใหญ่
11.พริกชี้ฟ้าหั่นเฉียง     1     เม็ด
12.ผักสดสำหรับจิ้มตามชอบ


วิธีการทำ
1.ล้างปูเค็มให้สะอาด2-3น้ำ  หักปลายแหลมของขาปูออกตัดเป็นชิ้นใหญ่


2.ใส่หัวกะทิลงในหม้อยกขึ้นตั้งไฟกลางพอเดือดใส่เนื้อหมูสับคนพอสุกเติมหอมแดงพริกหยวกใบมะกรูดตะไคร้


3.ปรุงรสด้วยน้ำตาลเกลือน้ำมะขามเปียกเคี่ยวอีกสักครู่จนข้นใส่ปูเค็มรอให้ปูสุกแดงตักใส่ถ้วยแต่งด้วยพริกชี้ฟ้าเสิร์ฟพร้อมผักสด






***เคล็ด(ไม่)ลับ
ควรล้างทำความสะอาดปู2-3น้ำเพื่อสุขอนามัยที่ดีนะคะ

Minggu, 25 Oktober 2020

สูตร " ข้าวแช่ อาหารไทยโบราณ "


"ข้าวแช่" อาหารที่เพื่อนๆบางคนคงจะเคยคุ้นหูกันมาบ้างแล้ว จากรุ่นต่อรุ่น นิยมทานกันช่วงหน้าร้อน เดิมนั้นเป็นอาหารชาวมอญ  มีข้าวสุกขัดแช่น้ำเย็นซึ่งเป็นน้ำดอกไม้(ส่วนมากใช้ดอกมะลิ)  ทานกับเครื่องกับข้าวต่างๆเช่นลูกกะปิพริกหยวกสอดไส้  เนื้อเค็มฝอยผัดหวาน  หัวหอมสอดไส้ และเครื่องผัดหวานต่างๆ วันนี้ครัว Food-Trick ขอนำเสนอสูตร   "ข้าวแช่อาหารไทยโบราณ"  มาฝากเพื่อนๆทุกคน  เพราะไม่ว่าจะอากาศแบบไหน ก็สามารถลองทำตามสูตรของเราได้นะคะ ตามไปดูกันเลย^^


วิธีการทำข้าวแช่
1.ขั้นแรกเรานำข้าวสารเก่ามาใส่กระชอนซาวข้าวแล้วผึ่งไว้ระหว่างนั้นเราก็เปิดไฟตั้งน้ำรอเดือดไว้เลยพอน้ำเดือดก็ใส่ข้าวสารลงไปในหม้อน้ำเดือดค่ะแต่การต้มข้าวแช่นี้ไม่เหมือนข้าวต้มนะคะต้มแค่ให้ข้างนอกพอสุกไม่ต้องบานและข้างในยังเป็นไตๆอยู่


2.พอข้าวเริ่มสุกให้บีบมะนาวสัก2ซีกลงไปในข้าวจะช่วยขจัดกลิ่นและทำให้ข้าวหมดเมือกสังเกตเม็ดข้าวจะใสขึ้นมาปิดไฟนำขึ้นมาใส่กระชอนสะเด็ดน้ำแล้วลอยในน้ำเย็นขัดข้าวให้เมือกหลุดออกจากเม็ดข้าวจนหมด

3.เมื่อขัดข้าวเรียบร้อยแล้วก็เข้าสู่ขั้นตอนการนึ่งค่ะตั้งลังถึงเปิดน้ำให้เดือดรองด้วยผ้าขาวบางหรือหวดสำหรับนึ่งข้าวจากนั้นปิดฝาไว้ค่ะ

4.ระหว่างรอข้าวสุกเรามาทำน้ำข้าวแช่กันค่ะดั้งเดิมจะใช้น้ำฝนหรือถ้าไม่มีจริงๆใช้น้ำประปาทิ้งไว้1คืนให้กลิ่นคลอรีนระเหยเทน้ำฝนลงภาชนะแล้วนำมะลิเด็ดขั้วสีเขียวออกใส่ลงไป 
 ตามด้วยกลีบกุหลาบมอญลงไปถ้าใครมีดอกชมนาดที่หอมคล้ายกลิ่นใบเตยอ่อนๆก็ใส่ลงไปด้วยใครมีดอกเล็บมือนางหรือราตรีก็สามารถใช้แทนชมนาดได้ค่ะ


5.จากนั้นนำควั่นเทียนอบมาวางบนภาชนะที่ลอยน้ำได้จุดไฟเพื่อเตรียมอบควันเทียนปิดฝาไว้เดี๋ยวเทียนจะดับไปเองทิ้งไว้ประมาณ2คืนเพื่อความหอมของน้ำข้าวแช่ค่ะ

6.ข้าวแช่ที่นึ่งสุกแล้วจะไม่บานสมัยก่อนไม่มีน้ำแข็งแต่นำน้ำข้าวแช่ไปใส่ไว้ในหม้อดินก็จะทำให้ข้าวแช่เย็นชื่นใจขึ้นมาเลยค่ะเมื่อเราตักข้าวแช่มาแล้วก็ราดน้ำข้าวแช่ตามมีดอกไม้โรยมานิด

Selasa, 22 September 2020

สูตร " แจงลอน ไม่ต้องไปทะเลก็อร่อยได้ "


"แจงลอน "หรือ"ปลาจับไม้"  เป็นอาหารที่มีขายละลานตาอยู่แถวชายหาดทะเล เพื่อให้นักท่องเที่ยว  หรือผู้คนที่ผ่านไประแวกนั้นได้ซื้อทานกันเป็นกับแกล้ม  หรือของทานเล่น  แต่วันนี้ครัว Food-Trick ใจดีมีสูตรมาบอกต่อให้เพื่อนๆทำเองได้ที่บ้านกับสูตร "แจงลอน ไม่ต้องไปทะเลก็อร่อยได้"  ปลากรายที่หมักกับพริกแกงและส่วนผสมต่างๆอย่างลงตัว  ทานร้อนๆขอบอกเลยว่าฟินเว่อร์ค่ะ  ^^


วัตถุดิบ
1.เนื้อปลากราย
2.พริกแกงคั่ว
3.เกลือ
4.กะทิ  1/4ถ้วย
5.น้ำตาลทราย  1ช้อนชา
6.ใบมะกรูดซอย  3-4ใบ
7.ใบโหระพา(เพิ่มความหอมไม่ใส่ก็ได้)
8.ถั่วฝักยาวเล็กน้อย




วิธีการทำ
1.นำเนื้อปลากรายขูดแช่เย็น15นาที
2.นำน้ำผสมเกลือให้ละลายเข้ากันดี ไว้เป็นน้ำชุบมือกันเนื้อปลากรายติดมือ
3.นำเนื้อปลากรายที่แช่เย็นไว้มาบี้ผสม น้ำพริกแกงคั่ว และใบมะกรูดซอบ  ถั่วฝักยาวและใบโหระพาใส่ในชามผสม 
4.นวดส่วนผสมดังกล่าวไปเรื่อยๆจนเนื้อปลากรายเนียน และเหนียว(ประมาณ5-10นาที)
5.นำส่วนผสมที่ได้ปั้นเป็นรูปวงรี แล้วนำไปเสีบไม้แล้วย่างจนหอม พร้อมทานค่ะ


การนำไปทานมี2แบบ
1.แบบทานกับแกงโดยนำแจงรอนไปต้มในน้ำกะทิที่ตั้งไฟไว้จนเดือด(กะทิไม่แตกมัน)
2.ทานแบบของว่างโดยการนำแจงรอนเสียบไม้ย่าง(ระวังแจงรอนติดตะแกรงย่างในระยะแรกควรนำแจงรอนอังจนผิวนอกแห้งก่อนจึงวางบนตะแกรงย่าง)

Jumat, 03 Juli 2020

สูตร " คั่วกลิ้งหมูสับ หรอยจังฮู้ "

 "คั่วกลิ้งหมูสับ หรอยจังฮู้"  


สะบัดผ้ากันเปื้อน แล้วเข้าครัวไปทำอาหารปักษ์ใต้ที่ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อย มีรสชาติที่จัดจ้าน เผ็ดร้อนกับครัว food-trick ของเราด้วยสูตร "คั่วกลิ้งหมูสับหรอยจังฮู้"  ส่วนวิธีการทำก็ง่ายไม่ยุ่งยาก ทานกับข้าวสวย และเครื่องเคียงผักสด อร่อยเหาะเลยดีเทียว  ถ้าพร้อมแล้วมาดูวัตถุดิบลงมือทำกันเลยคะ^^






วัตถุดิบ
1.หมูเนื้อแดงสับ  200กรัม
2.น้ำพริกคั่วกลิ้ง  2ช้อนโต๊ะ(เพิ่มได้ตามความเผ็ดที่ชอบ)
3.กะปิ  1/2ช้อนชา  
4.น้ำตาลปี๊บ  1/2ช้อนชา
5.น้ำปลา (ปรุงรส)
6.น้ำมันพืช (สำหรับผัด)
7.ใบมะกรูดซอย  6ใบ
8.พริกไทยอ่อน  1ช่อ



วิธีการทำ
1.โขลกน้ำพริกคั่วกลิ้งกับกะปิให้พอเข้ากัน เตรียมไว้
2.ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะพอร้อนใส่เนื้อหมูสับลงไปผัดจนเกือบสุก 
3.จากนั้นใส่น้ำพริกคั่วกลิ้งลงไปผัดกับหมูสับให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บและน้ำปลาผัดให้เข้ากันชิมรสตามชอบ
 4.ปิดไฟแล้วใส่พริกไทยอ่อนและใบมะกรูดซอยลงไปผัดให้เข้ากันตักใส่จาน เสิร์ฟพร้อมกับผักสดตามชอบ









***เคล็ด(ไม่)ลับ
ระดับความเผ็ด สามารถเพิ่มตามความชอบได้เลยนะคะ

สูตร " ขนมจีนน้ำเงี้ยว อาหารเหนือ ลำขนาด "

"ขนมจีนน้ำเงี้ยว อาหารเหนือลำขนาด"


วันนี้Food-Trick ขอแนะนำอาหารเส้น นั้นคือขนมจีน  ซึ่งเป็นอาหารที่ทานง่าย  แต่ละภาคมีการดัดแปลงขนมจีนแตกต่างกันไป อีกทั้งยังเป็นอาหารโปรดของใครหลายๆคน  อย่างอาหารเหนือที่เรานำมาแนะนำในวันนี้สูตร  "ขนมจีนน้ำเงี้ยว อาหารเหนือลำขนาด"   โดยทางภาคเหนือ  จะมีการปรุงที่ต่างจากการทำน้ำยาของภาคอื่นๆ ซึ่งจะใช้เป็นเนื้อสัตว์จำพวกเนื้อหมู  เนื้อวัว  ซี่โครงหมู  เลือดหมู  ที่สำคัญรสชาติก็จะเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของขนมจีนน้ำเงี้ยวด้วย เตรียมไปจดสูตรเข้าครัวกันเลยเจ้า^^







วัตถุดิบเครื่องปรุง
1.ขนมจีน 
2.ซี่โครงหมูสับชิ้นเล็ก  500กรัม
3.เลือดไก่หั่นชิ้นขนาด  500กรัม
4.เนื้อหมูสับละเอียด  500กรัม
5.มะเขือเทศลูก (มะเขือส้ม) 500กรัม
6.เกลือป่น  2ช้อนโต๊ะ 
7.ดอกงี้วใส่ตามชอบค่ะ
8.น้ำมัน  ¼ถ้วย 



วัตถุเครื่องแกง
1.พริกแห้งแกะเม็ดแช่น้ำ  7เม็ด
2.รากผักชีหั่นละเอียด  1ช้อนชา 
3.ข่าหั่นละเอียด  5แว่น 
4.ขมิ้นสดยาว  1ซม.3ชิ้น 
5.ตะไคร้หั่นละเอียด  2ช้อนโต๊ะ 
6.หอมแดง  7หัว 
7.เกลือป่น  1ช้อนชา 
8.กระเทียม  3หัว 
9.กะปิ  (หรือถั่วเน่าย่างไฟ1แผ่น)



วิธีการทำ
1.โขลกเครื่องแกงทั้งหมดรวมกันให้ละเอียด
2.แช่ดอกงิ้วให้นิ่ม
3.ตั้งหม้อใส่น้ำ+ซี่โครงหมู  ต้มให้เดือดและนำดอกงิ้วที่แช่ไว้มาต้มด้วย
4.ใส่น้ำมันในกะทะตั้งไฟให้ร้อน ใส่เครื่องแกง ลงผัดให้หอมใส่เนื้อหมูผัดให้ทั่วผัดพอสุกใส่มะเขือเทศคลุกให้ทั่วตักใส่ในหม้อที่ต้มซี่โครงหมู  ตั้งไฟให้เดือดแล้วใส่เลือดไก่
4.ตั้งไฟอ่อนพอให้น้ำเดือดปุดๆ  เคี่ยวให้น้ำแกงหอมซี่โครงหมูนุ่ม  ปรุงรสด้วยเกลือชิมรสรับประทานกับขนมจีนหรือเส้นใหญ่หั่นเล็กๆตามชอบ

Rabu, 01 Juli 2020

สูตร เมี่ยงคำบัวหลวง อาหารว่างเพื่อสุขภาพ

"เมี่ยงคำบัวหลวงอาหารว่างเพื่อสุขภาพ"


หากพูดถึงดอกบัวแล้ว หลายคนอาจจะนึกถึงการนำดอกบัวไปไหว้พระแต่รู้หรือไม่ว่าดอกบัวสามารถนำมาทำอาหารได้ วันนี้ครัวfood-trickจึงมีสูตร  "เมี่ยงคำบัวหลวงอาหารว่างเพื่อสุขภาพ" 
หรือที่เรียกอีกอย่างว่า(เมี่ยงคำกลีบบัว) ส่งตรงความอร่อยถึงทุกคนและสำหรับคนที่อยากทานเมี่ยงคำแต่ไม่ชอบกลิ่นของใบชะพลู  ไม่ต้องกังวลอีกต่อไปเลยละคะ...อดใจไม่ไหวแล้ว ไปลุยกันเลย^^





วัตถุดิบ
1.ถั่วลิสงคั่ว  1/4ถ้วย 
2.กุ้งแห้งผึ่งแห้ง 1/4ถ้วย 
3.ขิงอ่อนหั่นเต๋า 1/4ถ้วย 
4.มะพร้าวฝอยคั่ว 1/4ถ้วย 
5.หอยแดงหั่นเต๋า 1/4ถ้วย 
6.มะนาวหั่นเต๋า 1/4ถ้วย 
7.พริกขี้หนูบัวหลวง 5-6ดอก 
8.ตะไคร้ฝอยคั่ว 1/4ถ้วย 
9.ถั่วลิสงคั่วป่น 1/4ถ้วย 
10.น้ำตาลปิ๊บ 1ถ้วย 
11.น้ำปลา 3ชต 
12.กะปิ 1/2ชต 
13.มะพร้าวคั่วป่น 1/4ถ้วย 



วิธีการทำ
 1ทำน้ำเมี่ยงเอาตะไคร้คั่วป่นโขลกกับกะปิให้เข้ากัน 
2ตั้งเตาใส่น้ำปลาน้ำตาลปิ๊บให้ละลายเคี่ยวให้เหนียว 
3ใส่มะพร้าวคั่วป่นและถั่วลิสงคั่วป่นในน้ำเมี่ยง 
4จัดเครื่องเคียงใส่จานพร้อมรับประทานเป็นอาหารว่างอรอ่ยๆคะ








***สาระน่ารู้
กลีบบัว : บำรุงร่างกายห้ามเลือด อีกทั้งยังมีไฟเบอร์สูง
เมล็ดหรือเม็ดบัว : บำรุงกำลังทำให้นอนหลับดีและแก้ไข้
เกสรบัว : เป็นยาสมานแผลในร่างกาย บำรุงหัวใจ บำรุงประสาท
ดีบัว : เมื่อเราทานเม็ดบัวจะรู้สึกขม สามารถขยายหลอดเลือดในหัวใจ

สูตร "เต้าเจี้ยวหลน อาหารไทย อร่อยเลิศ"

"เต้าเจี้ยวหลน อาหารไทย อร่อยเลิศ"


เสน่ห์ของของเครื่องจิ้มไทย จะต้องทานกินคู่กับผักสดและเครื่องเคราต่างๆถึงจะอร่อยเหาะใช่ไหมละคะ วันนี้เรามีอาหารสูตร "เต้าเจี้ยวหลนอาหารไทยอร่อยเลิศ"  เป็นเมนูอาหารฉบับโบราณส่งกลิ่นหอมชวนให้ลิ้มลอง แถมไม่อ้วนด้วยนะ...อย่ารอช้า  ตามไปดูวัตถุดิบและวิธีการทำกันเลยดีกว่าคะ






วัตถุดิบ
1.หมู  2ขีด
2.กุ้ง  1ขีด
3.ตะไคร้ซอย  1ถ้วยน้ำจิ้ม
4.ตะไคร้หั่นเป็นท่อนๆ  3ต้น
5.พริกชี้ฟ้าแดง-เขียว  1-2เม็ด
6.มะเขือ
7.แตงกวา
8.ถั่วฝักยาว
10.ผักอื่นๆตามใจชอบ
11.เต้าเจี้ยว  5ช้อนโต๊ะ
12.น้ำตาลปี๊บ  1½ช้อนโต๊ะ
13.น้ำปลา  3ช้อนโต๊ะ
14.น้ำมะขามเปียก  3ช้อนโต๊ะ
15.หัวกะทิ  1ถ้วย
16.หางกะทิ  ½ถ้วย



วิธีการทำ
1.หั่นหมูและกุ้งเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นใส่ลงในเครื่องปั่นอาหาร พร้อมด้วยตะไคร้ซอยและเต้าเจี้ยวปั่นให้ละเอียด
2.เมื่อส่วนผสมละเอียดดีแล้ว ตักใส่หม้อผสมกับหางกะทิ ใส่ตะไคร้หั่นท่อนๆตั้งไฟรอจนเดือด
3.เมื่อเดือดแล้วให้ใส่หัวกะทิลงไปรอจนเดือดอีกรอบ ใส่เต้าเจี้ยว  ตะไคร้ซอย  พริกชี้ฟ้าหั่นเฉียงๆปรุงรสด้วยน้ำปลา  น้ำมะขามเปียก  และน้ำตาลคนให้เข้ากันจน
4.เมื่อหลนสุกดีแล้ว  ปิดไฟยกขึ้นเสิร์ฟได้เลย







***เคล็ด(ไม่)ลับ
ใช้หางกะทิในการเคี่ยวก่อนหัว  เพราะไม่ต้องการให้กะทิแตกมันจนเกินไป 
และใช้หัวกะทิใส่ในขั้นตอนสุดท้ายเพื่อให้มีความเนียนของเต้าเจี้ยวหลนนั้นเองคะ

สูตร "เมี่ยงคำ ครบเครื่อง เรื่องสมุนไพร"

"เมี่ยงคำ ครบเครื่องเรื่องสมุนไพร"


แบ่งปันความอร่อยด้วยสูตร "เมี่ยงคำครบเครื่องเรื่องสมุนไพร" ซึ่งเมี่ยงคำถือเป็นอาหารว่างชนิดหนึ่งที่มีคุณค่าทางสมุนไพรสูงเครื่องเมี่ยงคำจะถูกหั่นออกเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วราดด้วยน้ำเมี่ยงคำสูตรเด็ด  เคี้ยวกรุบกรอบกับมะพร้าว  แถมขั้นตอนในการทำก็ไม่ซับซ้อนด้วย พร้อมแล้วเรามาลงมือทำกันเลยคะ^^






วัตถุดิบ
เมี่ยงคำ
1.ใบชะพลูหรือใบทองหลาง
2.มะพร้าวหั่นเป็นชิ้นเล็กๆคั่ว
3.หอมแดงหั่นเป็นชิ้นลูกเต๋า
4.ขิงหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า
5.มะนาวหั่นทั้งเปลือกเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า
6.พริกขี้หนูซอย
7.ถั่วลิสงคั่ว
8.กุ้งแห้ง(เลือกที่เป็นชนิดจืด) 



วัตถุดิบ
น้ำราดเมี่ยงคำ
1.น้ำตาลปี๊บ 1ถ้วย
2.กะปิ(เผาเพื่อเพิ่มความหอม) 
3.น้ำปลาอย่างดี  1ถ้วย
4.ข่าหั่นละอียด  1ช้อนโต๊ะ
6.ตะไคร้หั่นฝอย  1ช้อนโต๊ะ
7.กุ้งแห้งโขลกละเอียด  ¼ถ้วย



วิธีการทำ
1.คั่วมะพร้าวในกระทะโดยใช้ไฟอ่อน จนได้มะพร้าวคั่วที่กรอบหอม
2.ทำน้ำราดเมี่ยงคำโดยเริ่มจาก ตำโขลกตะไคร้  ข่า  หอมแดงเข้าและกะปิเข้าด้วยกันให้ละเอียดเคี่ยวจนน้ำราดเมี่ยงคำเริ่มเหนียวยกลงแล้วใส่กุ้งแห้งคั่ว
3.เคี่ยวน้ำตาลปี๊บด้วยไฟปานกลาง และเติมน้ำปลาลงไป
4.ใส่เครื่องที่โขลกไว้ลงไป คนให้เข้ากัน
5.อาจเสริ์ฟเป็นคำๆ โดยห่อเครื่องต่างๆด้วยใบชะพลูหรือใบทองหลางแล้วเสียบไม้จิ้มฟันเป็นคำไว้แล้วตักน้ำราดเมี่ยงคำใส่ถ้วยแยกไว้ต่างหาก







***เคล็ด(ไม่)ลับ
ไม่ควรคั่วมะพร้าวนานเกินไปหรือใช้ไฟแรงเพราะจะทำให้มะพร้าวมีกลิ่นไหม้คะ

Rabu, 10 Juni 2020

พะโล้หมูสามชั้นรับประกันความอร่อยที่ลงตัว

พะโล้หมูสามชั้นรับประกันความอร่อยที่ลงตัว


    วันนี้ขอเสนอเมนูในดวงใจของเด็กหลายๆคนด้วยรสชาติที่ออกหวานมันตัดเค็มนิดหน่อยจากหมูสามชั้นและตัวไข่นั้นคือสูตร"พะโล้หมูสามชั้นรับประกันความอร่อยที่ลงตัว" สูตรนี้ต้องบอกก่อนเลยว่ายิ่งตุ๋นยิ่งอร่อยมากขึ้นเพราะน้ำพะโล้จะเข้าเนื้ออร่อยเหนียวนุ่มขึ้นค่ะแถมยังสามารถเก็บไว้ได้นานหลายมื้อด้วยค่ะพร้อมแล้วไปเข้าครัวกันเลยค่ะ




วัตถุดิบการทำพะโล้หมูสามชั้น
1.ไข่ไก่5-6ฟอง
2.ผงพะโล้2-3ช้อนโต๊ะ
3.หมูสามชั้น1ชิ้น
4.น้ำตาลปี๊ป2ช้อนโต๊ะ
5.ซีอิ้วขาว1ช้อนโต๊ะ
6.น้ำเปล่า ½หม้อ
7.กระเทียม



วิธีการทำพะโล้หมูสามชั้น
1.เริ่มจากนำหมูสามชั้นมาหั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำไว้
2.ให้เรานำไข่ไก่มาต้มให้สุกค่ะพอสุกดีแช่ไว้ในนำเย็นและปลอกไข่ไว้และทุบกระเทียมไว้
3.จากนั้นนำหม้อใส่น้ำลงไปจากนั้นพอเดือดใส่ผงพะโล้สำเร็จรูปลงไปค่ะจากนั้นใส่กระเทียมทุบลงไปค่ะตามด้วยเนื้อหมูสามชั้นที่หั่นไว้ลงไป และใส่ไข่ไก่ที่ปลอกไว้ลงไปปรุงรสเพิ่มด้วยซีอิ้วขาวน้ำตาลปี๊ปค่ะชิมรสชาติให้หวานเค็มค่ะเคี่ยวไปเรื่อยๆประมาณ15นาทีจากนั้นปิดไฟ
4.ไข่พะโล้จะอร่อยต้องอุ่นทิ้งไว้สัก1คืนนะคะน้ำพะโล้จะเข้าเนื้อไข่







***เคล็ด(ไม่)ลับ
สามารถเพิ่มความอร่อยด้วยเต้าหู้ได้ค่ะ รับประกันความอร่อยเหมือนเดิมค่ะ

หมูหวานอร่อยจนต้องดูดนิ้ว

หมูหวานอร่อยจนต้องดูดนิ้ว


วันนี้จะพาเข้าครัวเอาใจเด็กๆกับสูตร"หมูหวานอร่อยจนต้องดูดนิ้ว"เป็นเมนูที่ทำง่าย
 มีรสหวานกลมกล่อมตัดด้วยรสเค็มนิดๆบวกกับความนุ่มอร่อยของเนื้อหมู ไม่ว่า
จะทานกับข้าวสวยหรือทานกับข้าวคลุกกะปิรับรองไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ติดใจตามตามกันเลย 
พร้อมแล้วไปเข้าครัวกันค่ะ




วัตถุดิบการทำหมูหวาน

1.หมูสามชั้น200กรัม
2.น้ำเปล่า100มิลลิ
3.หอมแดงปอกเปลือก6หัว 
4.น้ำมันถั่วเหลือง  3ช้อนโต๊ะ
5.น้ำตาลปี๊ป100กรัม
6.ซีอิ๊วขาว1ช้อนโต๊ะ
7.ซอสถั่วเหลือง1ช้อนโต๊ะ
8.ซีอิ๊วดำ1ช้อนโต๊ะ



วิธีทำหมูหวาน

1.ซอยหอมแดงเป็นแว่นๆตามด้วยหั่นเนื้อหมูสามชั้น 
2.นำหอมแดงลงผัดกับน้ำมันให้หอมจากนั้นเติมเนื้อหมูลงผัดให้เข้ากัน(ไม่ต้องให้หมูสุก)
3.ปรุงรสด้วยซีอิ๊วดำซีอิ๊วขาวซอสถั่วเหลืองและเติมน้ำเปล่าลงไปผัดให้เข้ากันปิดฝาไว้10นาที
4.เมื่อน้ำเริ่มแห้งค่อยเติมน้ำตาลปี๊ปลงไปผัดจนน้ำตาลปี๊ปละลายจนหมดพร้อมเสิร์ฟ







***เคล็ด(ไม่)ลับ
หมูหวานควรใส่น้ำตาลปี๊ปในขั้นตอนสุดท้ายเพื่อไม่ให้หมูสามชั้นรัดตัวและแข็งกระด้าง

Minggu, 07 Juni 2020

หลนเต้าเจี้ยวหมูสับตำรับอาหารไทย

หลนเต้าเจี้ยวหมูสับตำรับอาหารไทย

   ขอแนะนำสูตร"หลนเต้าเจี้ยวหมูสับตำรับอาหารไทย"เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรับประทาน
เครื่องจิ้มผักสดชนิดต่างๆด้วยรสชาติที่อร่อยกลมกล่อมไม่เผ็ดออกหวานนิดหน่อย 
หอมความเป็นกะทิแถมยังทำได้ง่ายๆการปรุงที่ไม่ยุ่งยาก จนกลายเป็นเมนูโปรดของหลายๆคนเลยพร้อมแล้วไปลงมือกันเลยค่ะ


วัตถุดิบหลนเต้าเจี้ยวหมูสับ
1.เต้าเจี้ยวขาว1ถ้วย
2.หมูสับ2ขีด
3.หอมแดง10หัว
4.พริกชี้ฟ้าหรือพริกหยวก10เม็ด
5.น้ำกะทิ3ถ้วย
6น้ำตาลปี๊บ1ช้อนโต๊ะ
7.ไข่ไก่1ฟอง


วิธีการทำหลนเต้าเจี้ยวหมูสับ
1.เต้าเจียวที่ซื้อมาเทน้ำออกจากนั้นนำไปล้างน้ำใช้วิธีเปิดน้ำให้ไหลผ่านทำซ้ำสัก1-2ครั้ง
2.นำเต้าเจี้ยวมาโขลกให้ละเอียดใส่หอมใส่หอมใหญ่ลงมาโขลกตักขึ้นพักไว้
3.น้ำกะทิเทใส่หม้อยกขึ้นตั้งไฟใช้ไฟปานกลางเมือกะทิเดือดและเริ่มแตกมันเล็กน้อย
4.ใส่เครื่องที่โขลกไว้ลงมาคนให้เข้ากันดีแล้วใส่หมูสับลงไปคนๆให้เนื้อหมุกระจายไม่ติดกัน
5.ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บลองชิมรสดูถ้าอ่อนเค็มเติมเกลือลงไปเล้กน้อย
6.เติมพริกชี้ฟ้าหรือพริกหยวกลงไปคนให้เข้ากันตอกไข่ใส่ถ้วยตีพอไข่แตกค่อยๆ 
  เทลงไปในหม้อแบบเป็นสายๆ แล้วคนให้ทั่วตั้งไฟต่อสักพักพอไข่สุกแล้วปิดไฟตักใส่ถ้วย
  เตรียมเสิร์ฟพร้อมผักสดๆ


**เคล็ด(ไม่)ลับ
หลนเป็นอาหารที่เน้นกะทิเฉพาะฉะนั้นใครที่ควบคุมอาหาร 
ควรใส่ในสัดส่วนที่พอเหมาะหรือลดปริมาณกะทิลงได้ค่ะ

Kamis, 04 Juni 2020

คั่วกลิ้งหมูสับอร่อยหลากหลายปักษ์ใต้บ้านเรา

คั่วกลิ้งหมูสับอร่อยหลากหลายปักษ์ใต้บ้านเรา

วันนี้จะพาเข้าครัวทำเมนูอาหารใต้ที่เป็นอาหารยอดนิยมมากที่สุดตอนนี้
ขอแนะนำสูตร"คั่วกลิ้งหมูสับอร่อยหลากหลายปักษ์ใต้บ้านเรา"
เพียงแค่ผัดเนื้อหมูสับคลุกเคล้ากับพริกแกงใต้และเสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆรับรองอร่อยเหาะเลยค่ะ

วัตถุดิบการทำคั่วกลิ้งหมูสับ
1.พริกแกงเผ็ดใต้(กรณีอยากเพิ่มกล้ามเนื้อแขนก็โขลกคะพริกแห้งขมิ้น 
  เกลือตะไคร้พริกไทยข่าผิวมะกรูดกะปิกระเทียม) 
2.หมูสับ½กิโลกรัม
3.ใบมะกรูดหั่นฝอย
4.พริกชี้ฟ้าแดงหั่นยาวๆตามใส่เพื่อความสวยงาม
5.น้ำมันพืช
6.น้ำปลา1ช้อนโต๊ะ
7.น้ำตาล1/2ช้อนโต๊ะ
8.รสดี

วิธีการทำคั่วกลิ้งหมูสับ
1.นำกระทะมาตั้งไฟใส่น้ำมัน
2.นำเครื่องแกงลงไปผัดเติมน้ำต้มสุกพอให้ผัดได้
3.ผัดจนพริกแกงหอมเติมรสดีและนำหมูสับลงไปผัด
4.ผัดต่อ(คั่ว)จนแห้งปรุงรสด้วยน้ำปลาให้ออกเค็มนำตามด้วยเผ็ด 
  และตัดหวานด้วยน้ำตาลสักเล็กน้อย
5.สุดท้ายใส่ใบมะกรูดซอยและพริกชี้ฟ้าเพิ่มความสวยงามคลุกเคล้าให้เข้ากัน
6.เสริฟคู่กับผักสดกินกับข้าวสวยร้อนๆอร่อยสุดๆ


**เคล็ด(ไม่)ลับ
หากใครไม่ทานรสจัดสามารถลดปริมาณพริกแกงใต้ลงได้ตามความเหมาะสมค่ะ



ที่มา:openrice

ข้าวต้มหมูสับเห็ดหอมอร่อยกลมกล่อมแบบบ้านบ้าน

ข้าวต้มหมูสับเห็ดหอมอร่อยกลมกล่อมแบบบ้านบ้าน

     ต่อไปนี้มื้อเช้าของคุณจะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไปเราขอเสนอสูตร "ข้าวต้มหมูสับเห็ดหอม" เป็นสูตรที่ประหยัดเวลาในการทำ และได้สัมผัสถึงความเคียวนุ่มหนึบของเห็ดหอมได้อย่างเพลิดเพลิน พร้อมแล้วไปเข้าครัวกันเลยค่ะ

วัตถุดิบการทำข้าวต้มหมูสับเห็ดหอม

1.เนื้อหมู100กรัม
2.ข้าวสวยหุงสุก11/2ถ้วยตวง
3.รากผักชี2ราก
4.กระเทียมไทยกลีบเล็ก5กลีบ
5.พริกไทยป่น1/8ช้อนชา
6.เห็ดหอมหั่นชิ้นตามยาว1-2ดอก
7.น้ำซุป3ถ้วยตวง
8.น้ำปลา4ช้อนชา
9.ผักชีต้นหอมซอย2ช้อนโต๊ะ
10.กระเทียมเจียว   2ช้อนชา
11.น้ำตาลทราย1/8ช้อนชา
12.ผงปรุงรสหมู 1/8ช้อนชา
13.ตังฉ่าย1ช้อนชา

วิธีการทำข้าวต้มหมูสับเห็ดหอม
1.โขลกรากผักชีกระเทียมพริกไทยให้ละเอียด
2.สับเนื้อหมูพอละเอียดใส่เครื่องที่โขลกไว้น้ำปลา1ช้อนชาและน้ำตาลทรายสับต่อจนละเอียด    เหนียวนำเข้าตู้เย็นพักไว้
3.ต้มน้ำซุปพอเดือดใส่เห็ดหอมปรุงรสด้วยน้ำปลาที่เหลือและผงปรุงรสหมูเดือดอีกครั้งเบาไฟใส่  หมูสับที่เตรียมไว้ต้มพอสุก 
4. ใส่ข้าวสวยต้มพอข้าวนุ่มตักใส่ชามโรยตังฉ่ายผักชีต้นหอมกระเทียมเจียวจัดเสิร์ฟร้อนๆ

**เคล็ด(ไม่)ลับ
 เติมขิงซอยและคึ่นไช่ลงไปเพื่อความหอมอร่อยได้
อาจใช้เต้าเจี้ยวผสมขิงสับและพริกซอยไว้ทานกับข้าวต้มก็จะอร่อยไปอีกแบบค่ะ







ที่มา: th.openrice

Rabu, 27 Mei 2020

สูตรปลาช่อนหมกตะไคร้

สูตรปลาช่อนหมกตะไคร้


อาหารพื้นบ้านที่น่ารับประทานโดยใช้เนื้อปลาช่อนคลุกเคล้ากับวัตถุดิบได้รสชาติกลมกล่อมแล้วนำห่อด้วยใบตองย่างจนสุกหอมน่ารับประทานสุดๆ

ส่วนผสม
เนื้อปลาช่อนแล่หั่นชิ้น200กรัม
พริกสดสีแดง7เม็ด
หอมแดง50กรัม
ตะไคร้3ต้น
ใบมะกรูดฉีก5ใบ
กะทิธัญพืช1/2ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย1/2ช้อนชา
น้ำปลา 1 1/2ช้อนโต๊ะ
ใบตองสำหรับห่อ 
ไม้กลัด 

วิธีทำ
1.โขลกพริกสดหอมแดงตะไคร้ให้เข้ากันพอหยาบ
2.ผสมเนื้อปลากะทิธัญพืชใบมะกรูดและส่วนผสมในข้อที่1ปรุงรสด้วยน้ำตาลทรายน้ำปลาคลุกเคล้าให้ส่วนผสมเข้ากันหมักทิ้งไว้20-30นาที
3.นำส่วนผสมในข้อที่2ตักใส่ใบตองห่อให้สวยงามกลัดด้วยไม้กลัด
4.นำขึ้นย่างจนสุกทั้ง2ด้านจัดใส่ภาชนะจัดเสิร์ฟ






ขอขอบคุณที่มา:www.maeban.co.th

Minggu, 03 Mei 2020

สูตรข้าวแช่อาหารชาววังช่วยดับร้อน

สูตรข้าวแช่อาหารชาววังช่วยดับร้อน


ข้าวแช่เป็นชื่ออาหารชนิดหนึ่งมีข้าวสุกขัดแช่น้ำเย็นซึ่งมักเป็นน้ำดอกไม้แล้วกินกับเครื่องกับข้าวต่างๆเช่นลูกกะปิพริกหยวกสอดไส้เนื้อเค็มฝอยผัดหวานหัวหอมสอดไส้ผักกาดเค็มผัดหวานปลาแห้งและเครื่องผัดหวานต่างๆนิยมรับประทานในหน้าร้อนปัจจุบันอาจใส่น้ำแข็งในข้าวแช่ด้วยเชื่อกันว่าข้าวแช่เดิมเป็นอาหารพื้นบ้านของชาวมอญนิยมทำสังเวยเทวดาในตรุษสงกรานต์ต่อมาชาววังรับไปปรับปรุงเรียกว่า“ข้าวแช่เสวย”หรือ“ข้าวแช่ชาววัง”เมื่อสิ้นรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในปี2453แล้วข้าวแช่ได้รับการเผยแพร่ไปนอกวังและเป็นที่นิยมอย่างยิ่ง

วิธีทำข้าวแช่
  • ขั้นแรกเรานำข้าวสารเก่ามาใส่กระชอนซาวข้าวแล้วผึ่งไว้ระหว่างนั้นเราก็เปิดไฟตั้งน้ำรอเดือดไว้เลยพอน้ำเดือดก็ใส่ข้าวสารลงไปในหม้อน้ำเดือดค่ะแต่การต้มข้าวแช่นี้ไม่เหมือนข้าวต้มนะคะต้มแค่ให้ข้างนอกพอสุกไม่ต้องบานและข้างในยังเป็นไตๆอยู่
  • พอข้าวเริ่มสุกให้บีบมะนาวสัก2ซีกลงไปในข้าวจะช่วยขจัดกลิ่นและทำให้ข้าวหมดเมือกสังเกตเม็ดข้าวจะใสขึ้นมาปิดไฟนำขึ้นมาใส่กระชอนสะเด็ดน้ำ
    แล้วลอยในน้ำเย็นขัดข้าวให้เมือกหลุดออกจากเม็ดข้าวจนหมด
  • เมื่อขัดข้าวเรียบร้อยแล้วก็เข้าสู่ขั้นตอนการนึ่งค่ะตั้งลังถึงเปิดน้ำให้เดือดรองด้วยผ้าขาวบางหรือหวดสำหรับนึ่งข้าวจากนั้นปิดฝาไว้ค่ะ
  • ระหว่างรอข้าวสุกเรามาทำน้ำข้าวแช่กันค่ะดั้งเดิมจะใช้น้ำฝนหรือถ้าไม่มีจริงๆใช้น้ำประปาทิ้งไว้1คืนให้กลิ่นคลอรีนระเหยเทน้ำฝนลงภาชนะแล้วนำมะลิเด็ดขั้วสีเขียวออกใส่ลงไป(ถ้าเป็นดอกมะลิที่ปลูกเองไม่มียาฆ่าแมลงจะดีมากเลยค่ะ)ตามด้วยกลีบกุหลาบมอญลงไปถ้าใครมีดอกชมนาดที่หอมคล้ายกลิ่นใบเตยอ่อนๆก็ใส่ลงไปด้วยใครมีดอกเล็บมือนางหรือราตรีก็สามารถใช้แทนชมนาดได้ค่ะ
  • จากนั้นนำควั่นเทียนอบมาวางบนภาชนะที่ลอยน้ำได้จุดไฟเพื่อเตรียมอบควันเทียนปิดฝาไว้เดี๋ยวเทียนจะดับไปเองทิ้งไว้ประมาณ2คืนเพื่อความหอมของน้ำข้าวแช่ค่ะ
  • ข้าวแช่ที่นึ่งสุกแล้วจะไม่บานสมัยก่อนไม่มีน้ำแข็งแต่นำน้ำข้าวแช่ไปใส่ไว้ในหม้อดินก็จะทำให้ข้าวแช่เย็นชื่นใจขึ้นมาเลยค่ะเมื่อเราตักข้าวแช่มาแล้วก็ราดน้ำข้าวแช่ตามมีดอกไม้โรยมานิดหน่อย







ขอขอบคุณที่มา:nooknaan.com